บทที่ 7 บทที่ 7 รอบกองไฟ

แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อยๆ ลับขอบฟ้า ถูกแทนที่ด้วยแสงไฟสลัวจากสปอตไลต์ที่สาดส่องไปทั่วลานหญ้ากว้างหน้าคฤหาสน์อัครเมธีวงศ์ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดและเต็มไปด้วยเวรยามรัดกุมถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นลานปาร์ตี้ขนาดย่อมชั่วคราว บอดี้การ์ดชุดดำนับสิบชีวิตที่ปกติทำหน้าถมึงทึงราวกับรูปปั้น บัดนี้กำลังช่วยกันยกเตาย่าง ถังน้ำแข็ง และลังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาวางเรียงราย

บนเก้าอี้สนามบุนวมตัวใหญ่ตรงหัวมุม ศิลา นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้กับพนักเก้าอี้ แขนเสื้อเชิ้ตพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นรอยสักรูปปีกนกอินทรีจางๆ ที่ท่อนแขนซ้าย มือหนาถือแก้ววิสกี้แกว่งไปมาเบาๆ ดวงตาคมกริบจดจ้องไปยังเป้าหมายเดียวที่อยู่กลางวงล้อมของชายฉกรรจ์

"ลูกน้องฉันทำงานเหนื่อยมาทั้งเดือน ฉันเลยจะจัดปาร์ตี้ประจำเดือนให้ทุกคน... ขิง เธอไปก่อกองไฟตรงกลางลานนั่น แล้วทำเมนูพื้นบ้านของเธอให้ทุกคนกินหน่อยสิ ถือเป็นการไถ่โทษที่ทำมีดตกเมื่อเช้าไง"

ไวเปอร์ ในคราบของเด็กสาวชาวดอยจอมซุ่มซ่าม ที่เพิ่งได้ทำแผลมาหมาดๆ แทบจะบีบแก้วน้ำในมือให้แหลกคามือ

‘ไอ้มาเฟียซาดิสม์! นี่แกกะจะใช้งานฉันให้ตายไปข้างเลยใช่ไหม!?’ นักฆ่าสาวก่นด่าในใจอย่างเกรี้ยวกราด สำหรับมือสังหารระดับท็อปที่เคยเอาชีวิตรอดในป่าอเมซอนด้วยมีดเล่มเดียว การก่อกองไฟเป็นทักษะพื้นฐานที่เธอหลับตาทำยังได้ เธอรู้วิธีเรียงฟืนให้มีช่องว่างรับออกซิเจน รู้ทิศทางลมเพื่อไม่ให้เกิดควัน และสามารถจุดไฟได้ภายในไม่กี่วินาที

แต่ตอนนี้ เธอคือ 'ขิง' เด็กดอยที่ต้องไม่ประสีประสา!

"จ... เจ้า นายท่าน เปิ้นจะยะสุดฝีมือเลยเจ้า" ขิงรับคำเสียงอ่อย ก่อนจะเดินคอตกไปที่กองฟืนท่อนเบ้อเริ่มกลางลาน

มหกรรมการแสดงระดับฮอลลีวูดจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง ขิงแกล้งทำเป็นหยิบฟืนมาสุมๆ กองรวมกันอย่างไร้ทิศทาง ปิดช่องลมจนมิด จากนั้นก็ใช้ไม้ขีดไฟจุด แกล้งทำมือสั่นจนก้านไม้ขีดหักไปหลายก้าน เมื่อไฟเริ่มติด เธอก็จงใจเอาใบไม้ชื้นๆ ที่แอบเก็บมาตอนกวาดลานโยนทับลงไป

พริบตาเดียว ควันไฟสีเทาขุ่นก็พวยพุ่งขึ้นมาราวกับระเบิดควัน กองไฟที่ควรจะลุกโชนกลับกลายเป็นแหล่งกำเนิดควันขนาดย่อม ควันโขมงลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณจนเกือบจะลามไปรมควันซุ้มกล้วยไม้ราคาแพงหูฉี่ของคฤหาสน์

"แค่กๆ! โอย... เปิ้นแสบตาไปหมดแล้วเจ้า!" ขิงแกล้งไอค่อกแค่ก ยกหลังมือที่ติดพลาสเตอร์ขึ้นขยี้ตา บีบน้ำตาให้ไหลพรากๆ ออกมาอย่างน่าสงสาร "ฟืนที่นี่มันบ่คือกะบนดอยเลยเจ้า คุมยากขนาด!"

ภาพของเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่กำลังสำลักควันไฟหน้าดำหน้าแดง ทำให้เหล่าบอดี้การ์ดหน้าโหดที่ยืนมองอยู่รอบๆ เริ่มลุกลี้ลุกล่าน

"เฮ้ยๆ น้องขิง ถอยออกมาก่อน เดี๋ยวก็สำลักควันตายหรอก!"

'ยักษ์' บอดี้การ์ดร่างบึกบึนที่มีรอยแผลเป็นบากหน้า รีบวิ่งเข้ามาดึงแขนเสื้อขิงให้ถอยห่างจากกองไฟ

"เอาน้ำไหมน้องขิง ล้างหน้าล้างตาก่อน!" บอดี้การ์ดอีกคนรีบวิ่งไปหยิบขวดน้ำเย็นเจี๊ยบมาประเคนให้ถึงมือ

"ถอยไปๆ เดี๋ยวพวกพี่จัดการกองไฟเอง น้องขิงไปนั่งพักตรงนู้นเลย ไปซอยผักเตรียมเนื้อก็พอแล้ว"

จากที่ตั้งใจจะแกล้งจับผิด ศิลากลับต้องนั่งขมวดคิ้วมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ลูกน้องเดนตายของเขาที่ปกติฆ่าคนตาไม่กะพริบ บัดนี้กลับกลายสภาพเป็นแฟนคลับด้อมน้องขิงไปเสียหมด พวกมันแย่งกันพัดควันไฟ แย่งกันเอาเก้าอี้มาให้นักฆ่าสาวนั่ง แถมยังมีหน้ามาหันไปมองศิลาด้วยสายตาตัดพ้อเบาๆ ทำนองว่า 'นายท่านใช้งานเด็กมันหนักเกินไปแล้ว'

ศิลาถอนหายใจยาว ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และเดินล้วงกระเป๋าตรงเข้าไปหากลุ่มคน

"หลบไป" น้ำเสียงทรงอำนาจทำเอาวงล้อมบอดี้การ์ดแตกฮือ ศิลาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าขิงที่กำลังนั่งแหมะอยู่บนเก้าอี้พลาสติก ใบหน้าน่ารักเปื้อนคราบเขม่าถ่านเป็นรอยดำๆ สองสามเส้นตรงแก้ม ดวงตากลมโตแดงก่ำจากการจงใจรมควันตัวเอง มองเขาด้วยแววตาหวาดๆ

แทนที่จะดุด่าเหมือนที่ไวเปอร์คาดสเปกตรัมอารมณ์ไว้ ศิลากลับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูท หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดที่ปักตัวอักษรย่อ S.A. ออกมา แล้วโยนแหมะลงบนหัวของเธอเบาๆ

"เช็ดหน้าเช็ดตาซะ ดูไม่ได้เลย... ซุ่มซ่ามแล้วยังทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอีก" ศิลาบ่นอุบอิบ

"เปิ้นบอกแล้วว่าฟืนมันบ่คือกัน..." ขิงแกล้งเถียงเสียงอ่อย ก้มหน้าใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนหอมกรุ่นของเขาเช็ดคราบเขม่า

"อ้างไปเรื่อย" ศิลาแค่นหัวเราะ ก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้ากองไฟที่ยังคงมีควันพวยพุ่ง เขาไม่สนใจว่าเสื้อเชิ้ตราคาแพงจะเปื้อน ชายหนุ่มใช้เหล็กคีบถ่าน จัดเรียงท่อนฟืนใหม่ด้วยตัวเองอย่างคล่องแคล่ว ขยับเพียงไม่กี่ครั้งเพื่อเปิดทางลม ไฟที่เคยมอดก็ลุกพรึบขึ้นมาสว่างไสว ควันจางหายไปในพริบตา

ไวเปอร์มองแผ่นหลังกว้างของศิลาที่กำลังก่อไฟด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ข้อมูลที่องค์กร ‘เงาอสรพิษ’ ให้มา ศิลาคือปีศาจร้าย คือมาเฟียค้ายาที่เหี้ยมโหดและเสวยสุขบนกองเงินกองทอง แต่สิ่งที่เธอเห็นตลอดสามวัน... เขาเป็นเจ้านายที่ลงมากินเลี้ยงกับลูกน้องอย่างเป็นกันเอง ดูแลคนในบ้าน และถึงจะชอบกลั่นแกล้งเธอสารพัด แต่ในจังหวะที่เธอพลาด เขากลับเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเสมอ

‘แกเป็นคนยังไงกันแน่ ศิลา...’

"เอ้า นั่งเหม่ออะไรอยู่ ยัยเด็กดอย" ศิลาหันกลับมาดีดหน้าผากขิงดังเป๊าะ จนเธอต้องหลุดจากภวังค์และร้องโอ๊ยออกมาจริงๆ "ไฟติดแล้ว ไปย่างเนื้อได้แล้ว หิว!"

งานปาร์ตี้รอบกองไฟดำเนินไปอย่างครื้นเครง แม้ลาบคั่วของขิงจะรสชาติแปร่งๆ และเนื้อย่างจะไหม้ไปบ้างนิดหน่อยเพราะความตั้งใจแกล้งทำพลาด แต่เหล่าบอดี้การ์ดก็พากันกินอย่างเอร็ดอร่อยแถมยังชมเปาะไม่ขาดปาก บรรยากาศในคฤหาสน์ ตอนนี้ก็อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม

ท่ามกลางแสงไฟสีส้มที่สาดกระทบใบหน้า ขิงลอบมองศิลาที่กำลังหัวเราะร่วนและชนแก้ววิสกี้กับลูกน้องระดับล่างสุดอย่างไม่ถือตัว...

โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวว่า ภารกิจสังหารเป้าหมายระดับ S-Class ครั้งนี้ กำลังถูกแทรกแซงด้วยศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด นั่นคือ 'ความรู้สึก'

บทก่อนหน้า
บทถัดไป